ปลูกอะไร ?…ดี.! และไม้อะไร ?…โตเร็ว.!

Share on Twitter

คำถามสุดฮิต  เมื่อคิดจะทำเกษตร  เป็นคำถามที่มักจะมีพื้นฐานในการคิดถึงความคุ้มค่าและผลกำไรในเชิงเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีเงินเป็นตัวชี้วัด  (ในที่นี้ขอเรียกย่อๆ ว่า “จีดีพี” )  จนทำให้เราหลงลืมและมองข้ามความจริงหลายอย่างรวมทั้งศักยภาพที่แท้จริงของต้นไม้ทั้งหลายรายรอบตัวเรา
 
ให้เราเอาเรื่องของ จีดีพี เก็บไว้ก่อนแล้วมองความจริงที่เป็นเราเพื่อแสวงหาคำตอบว่า “ปลูกอะไร ?…ดี.!”  เราทุกคนต้องกิน(บริโภค)  แต่เราแต่ละคนอาจกินไม่เหมือนกัน  เราจะกินอะไร  ถามตัวเรา  แล้วลองศึกษาดูว่าเราผลิตเองได้ไหม  ตามศักยภาพที่เรามี  อย่ามองแค่ความจำกัด  ลองดูรอบตัวเรา ที่ว่างๆ  ปล่อยให้หญ้าขึ้น  แล้วถ้ามีพริก  ข่า  ตะไคร้  เครื่องต้มยำทำแกง  ผักพื้นบ้านปลูกง่าย  ดูแลง่าย  แล้วเราจะได้เห็นในศักยภาพการเติบโตของต้นไม้  เริ่มปลูกเพื่อกิน  เหลือกินก็แจกและแบ่งปัน  ยังมีเหลืออีกจะขายก็เป็นรายได้เสริม  (ในตอนต่อๆ ไป  เราจะมาดูศักยภาพของต้นไม้เพื่อบริโภคกัน)
 
เรามาดูกันต่อในคำตอบที่ว่า “ปลูกอะไร ?…ดี.!”  เมื่อเราทุกคนต้องกิน  ก็ปลูกเพื่อกินก่อน    ทั้งนี้เราเองไม่ใช่แค่กินอย่างเดียวแต่ต้องใช้ด้วย  ต้องใช้…ของใช้(อุปโภค)  แต่เราแต่ละคนอาจใช้ไม่เหมือนกัน  เราจะใช้อะไร  ถามตัวเรา  แล้วลองศึกษาดูว่าเราผลิตเองได้ไหม  มองดูแล้วยังมีที่เหลือว่าง  หรือแม้แต่พื้นที่ระหว่างต้นไม้ที่ปลูกกินเป็นหลักก็อาจใช้ประโยชน์ได้  ปลูกเพื่อเป็นวัตถุดิบ  หรือใช้สดได้เลยเพื่อทดแทนการจ่ายเพื่อจะใช้  เริ่มปลูกเพื่อใช้  เหลือใช้ก็แจกและแบ่งปัน  ยังมีเหลืออีกจะขายก็เป็นรายได้เสริม  (และในตอนต่อๆ ไป  เราจะมาดูศักยภาพของต้นไม้เพื่ออุปโภคกัน)

Read more »

Share on Twitter

เงินทองคือของมายา ข้าวปลาสิของจริง

Share on Twitter

(ต่อจากเรื่อง :  พระเจ้าหายไปไหน)    ผมได้ดูyoutube อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ทำให้เป้าหมายผมในงานเกษตรเปลี่ยนไป จากเดิมที่ตั้งเป้าว่าปลูกเพื่อจะขาย ต้องเปลี่ยนเป็นตัวเงินมาให้ได้เยอะๆและให้เร็วที่สุด ก็เปลี่ยนเป็นปลูกเพื่อกิน เหลือกินและเหลือแจกก็ค่อยขาย แต่ผมก็มีคำถามอีกด้านหนึ่งที่ยังต้องใช้เงินเกิดขึ้นทันที แล้วหนี้สินผมล่ะ?? แล้วค่าเทอมลูกผมล่ะ?? ผมลองตรึกตรองนึกย้อนไป 3-4 เดือนก่อน ถ้าผมคิดที่จะปลูกเพื่อกินก่อน ป่านนี้ผมก็คงจะได้ผลผลิตเพื่อเก็บกินบ้างแล้ว เงินที่ได้จากค้าขายทุกวันนี้ก็ไม่ต้องมาจ่ายกับค่ากินของผม

อ.วิวัฒน์สอนว่าต้องทำพื้นฐานชีวิตให้แน่นก่อน ต้องมีกินให้เพียงพอ มีที่พักอาศัย เมื่อมีฐานชีวิตที่มั่นคงแล้ว ก็ค่อยคิดเรื่องที่สูงขึ้นไปตามลำดับ ผลที่ได้จึงจะแน่นอนและมั่นคง  ทำให้ผมได้คิดเปรียบภาพจากงานก่อสร้างโครงป้ายบิลบอร์ดตามริมถนน (เป็นงานที่ผมเคยทำมาในอดีต) สมมุติงานก่อสร้างป้ายขนาด 40 เมตร ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 70% ของเวลาก่อสร้างป้ายทั้งหมด จะหมดเวลาไปกับการสร้างฐานราก ลูกค้าจะยังไม่เห็นหน้าป้ายที่ถูกยกขึ้น อาจจะสงสัยได้ว่าแล้วงานจะเสร็จทันตามกำหนดหรือ ใกล้เวลาแล้วยังไม่เห็นหน้าป้ายซักที  เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จเรียบร้อย ตั้งแต่ฐานรากเรียบร้อย เตรียมท่อเหล็กเสาป้ายเรียบร้อย เตรียมโครงเหล็กหน้าป้ายเรียบร้อย พอรถเครนเข้ามา ทุกอย่างก็รวดเร็ว รถเครนก็จะยกท่อเพื่อตั้งเป็นเสา และยกโครงเหล็กเพื่อเป็นหน้าป้ายให้ผู้คนได้เห็น

Read more »

Share on Twitter

พระเจ้าหายไปไหน

Share on Twitter

ชีวิตของผมเคยทำธุรกิจในกรุงเทพ ไปได้ดีในช่วง 2-3 ปีแรก แต่พอช่วงขาลง ก็ลงอย่างรวดเร็วเหลือเกินตั้งรับไม่ทัน ผมอยู่ในสถานการณ์ที่เจอข่าวร้าย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆที่ผมก็สำรวจตัวเองเสมอ พยายามใช้สติในการหาทางออก จนไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อีกแล้วในส่วนของเราเอง ผมมีความคิดอย่างสงสัยขึ้นมาว่า พระเจ้าหายไปไหน  ผมตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มานานเป็นปีๆ ความรู้สึกว่าปัญหามันช่างใหญ่เหลือเกินและมีแต่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ 

ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการค้นหาตนเองเจอ ถ้าเราค้นหาตัวเองเจอ เป้าหมายที่ชัดเจนก็จะเกิด และการบริหารจัดการต่างๆ รวมไปถึงเรื่องทางการเงิน ก็จะสอดคล้องเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้นได้ในที่สุด

ในช่วงที่ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก็เป็นช่วงที่ผมกำลังค้นหาตนเอง ผมพยายามดิ้นรนทำหลายอย่างเท่าที่ทำได้ เคยทำร้านอาหาร ไปขายของในตลาด ขายวัสดุก่อสร้าง ทำงานเกษตร ขายงานทำบล๊อกแม่พิมพ์ ทำงานป้ายบิลบอร์ด กว่าผมจะรู้จักตัวเอง ค้นพบตัวเองเจอ ใช้เวลาร่วมๆ 5 ปี ผมตัดสินใจได้แล้วว่า ผมจะเลือกงานเกษตรเป็นเป้าหมายตามสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด

พอตัดสินใจหาเป้าหมายตัวเองได้ แล้วไงต่อล่ะทีนี้ จะอยู่กรุงเทพต่อเพื่อทำงานเกษตรก็ไม่ได้ (ตอนนั้นผมเช่าที่ได้ 6 ไร่ ค่าเช่าเดือนละ 15,000 บาท ถ้าทำธุรกิจตัวอื่นก็ถือว่าไม่แพง แต่ถ้าจะทำเกษตรละก้อไม่ได้แน่ๆ) ผมก็เลยย้ายมาอยู่ จ.นครพนม ตอนมาช่วงแรกๆ เพราะความที่มีเป้าหมายว่าจะต้องทำอะไรที่จะได้เป็นเงินได้เร็วที่สุดเพื่อให้ตนเองอยู่ได้ ก็เลยคิดที่จะทำเกษตรเชิงเดี่ยว  เพราะงานเกษตรถ้าเรากำหนดว่าต้องได้เงินในระยะสั้น ก็ต้องปลูกเชิงเดี่ยวเพื่อเน้นปริมาณ ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าความจำเป็นเป็นสิ่งที่บังคับผมต้องคิดอย่างงั้น แต่พอผ่านไปได้ 3-4 เดือน ผลผลิตไม่ได้ตามที่หวังไว้ เงินที่ลงทุนไว้ก็เหมือนสูญเปล่า ทั้งๆที่เงินก็มีจำกัดก็ยิ่งจำกัดลงไปอีก เลยได้บทเรียนที่ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร  (เรื่องต่อจากเรื่องนี้ : เงินทองคือของมายา ข้าวปลาสิของจริง)

 

Share on Twitter